9 อาการหลังฟอกไต ที่ควรรู้

แม้จะได้รับการฟอกแล้ว เราก็ควรจะต้องดูแลร่างกายให้มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการแทรกซ้อนต่างๆที่อาจเกิดหลังจากที่ได้รับการฟอกอาการต่างๆที่ควรสังเกตุตัวเองมีอะไรบ้าง
1.บวมตามตัว
เกิดจากมีน้ำส่วนเกินขังอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยเฉพาะบริเวณเท้าจะเห็นได้ชัดกว่าตำแหน่งอื่นๆ
➤ลักษณะบวมที่เกิดจากน้ำ จะสังเกตได้ง่ายโดยการกดลงไปในบริเวณที่บวม จะเกิดเป็นรอยบุ๋ม ยกเว้นอาการบวมซึ่งเกิดจากการอักเสบติดเชื้อร่วมด้วย เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการฟอกเลือด น้ำส่วนเกินจะถูกดึงทิ้งไปและอาการบวมก็จะยุบลงเอง
2.ระบบขับถ่ายไม่ปกติ
มักมีการสะสมของเสียในกระแสโลหิตเมื่อของเสียไปสะสมที่บริเวณระบบทางเดินอาหารทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้, อาเจียน, เบื่ออาหาร, รวมทั้งมีอาการท้องผูก หรือ ท้องเสียร่วมด้วย
มักมีการสะสมของเสียในกระแสโลหิตเมื่อของเสียไปสะสมที่บริเวณระบบทางเดินอาหารทำให้เกิดอาการผิดปกติของระบบผู้ป่วยอาจมีอาการคลื่นไส้, อาเจียน, เบื่ออาหาร, รวมทั้งมีอาการท้องผูก หรือ ท้องเสียร่วมด้วย
➤อาการท้องผูก
แก้ไขได้โดยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอหากมีอาการท้องผูกมากๆ สามารถขอ ยาระบายจากแพทย์เจ้าของไข้ได้เป็นครั้งคราว
➤อาการท้องเสีย
เกิดจากการสะสมของเสียมาก ทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ผิดปกติไป เมื่อผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือดอย่างพอเพียง อาการท้องเสียจะหายไปเอง ยกเว้นอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อเพราะผู้ป่วยไตวายสามารถติดเชื้อได้โดยง่าย
เกิดจากการสะสมของเสียมาก ทำให้ระบบการทำงานของลำไส้ผิดปกติไป เมื่อผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือดอย่างพอเพียง อาการท้องเสียจะหายไปเอง ยกเว้นอาการท้องเสียที่เกิดจากการติดเชื้อเพราะผู้ป่วยไตวายสามารถติดเชื้อได้โดยง่าย
3.นอนไม่หลับ
เมื่อมีภาวะของเสียในเลือดและในสมองเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายตัว ส่งผลให้นอนไม่หลับจึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือขอยานอนหลับจากแพทย์เจ้าของไข้ได้ตามจำเป็น โดยพิจารณาว่า การนอนไม่หลับนั้น เกิดจากอาการเหนื่อยหอบ หรืออาการแทรกซ้อนอื่นใดด้วยหรือไม่
เมื่อมีภาวะของเสียในเลือดและในสมองเพิ่มมากขึ้นจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกหงุดหงิดไม่สบายตัว ส่งผลให้นอนไม่หลับจึงควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หรือขอยานอนหลับจากแพทย์เจ้าของไข้ได้ตามจำเป็น โดยพิจารณาว่า การนอนไม่หลับนั้น เกิดจากอาการเหนื่อยหอบ หรืออาการแทรกซ้อนอื่นใดด้วยหรือไม่
4.ปวดกระดูก, กระดูกพรุน, เปราะบาง
ไตมีหน้าที่สำคัญ ในการควบคุมระบบฮอร์โมนพาราไธรอยด์, วิตามินดี,แคลเซียม, และฟอสฟอรัส
ผู้ป่วยไตวายจะมีระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำมีระดับ ฟอสฟอรัสในเลือดสูง จึงมักทำให้มีอาการกระดูกผุกร่อน,เปราะบางได้ง่าย เนื่องจาก แคลเซียมและฟอสฟอรัสมีบทบาทสำคัญในการคงสภาพของกระดูกในร่างกายของเราแต่ละคน แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือด และควบคุมเรื่องอาหารได้ดีอาการกระดูกผุกร่อนนี้ก็จะลดน้อยลงได้
ไตมีหน้าที่สำคัญ ในการควบคุมระบบฮอร์โมนพาราไธรอยด์, วิตามินดี,แคลเซียม, และฟอสฟอรัส
ผู้ป่วยไตวายจะมีระดับของแคลเซียมในเลือดต่ำมีระดับ ฟอสฟอรัสในเลือดสูง จึงมักทำให้มีอาการกระดูกผุกร่อน,เปราะบางได้ง่าย เนื่องจาก แคลเซียมและฟอสฟอรัสมีบทบาทสำคัญในการคงสภาพของกระดูกในร่างกายของเราแต่ละคน แต่ถ้าผู้ป่วยได้รับการฟอกเลือด และควบคุมเรื่องอาหารได้ดีอาการกระดูกผุกร่อนนี้ก็จะลดน้อยลงได้
5.คันตามตัว
➤เนื่องจากมีปริมาณสารฟอสฟอรัส สะสมมากในร่างกาย ฟอสฟอรัส จะไปรวมตัวกับแคลเซียมและซึมอยู่ใต้ผิวหนัง
➤ผิวหนัง ของผู้ป่วย มีภาวะแห้งจนเกินไปผู้ป่วยควรใช้โลชั่นเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิวหลังอาบน้ำทุกครั้ง
6.เป็นตะคริวบ่อย
เกิดจากความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่ภายในร่างกาย เมื่อได้รับการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ อาการดังกล่าวจะหายไป
เกิดจากความไม่สมดุลของน้ำและเกลือแร่ภายในร่างกาย เมื่อได้รับการฟอกเลือดอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ อาการดังกล่าวจะหายไป
7.อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
เกิดได้จากผู้ป่วยมีโลหิตจางเกินไป ซึ่งมักจะมีอาการร่วมกับเป็นลมได้ง่าย เมื่อสามารถแก้ไขภาวะโลหิตจางได้แล้ว อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ยกเว้นผู้ป่วยรายนั้น มีภาวะของความผิดปกติของหัวใจผิดปกติร่วมอยู่ด้วยซึ่งต้องปรึกษาแพทย์ทางด้านหัวใจต่อไป
เกิดได้จากผู้ป่วยมีโลหิตจางเกินไป ซึ่งมักจะมีอาการร่วมกับเป็นลมได้ง่าย เมื่อสามารถแก้ไขภาวะโลหิตจางได้แล้ว อาการเหล่านี้จะหายไปเอง ยกเว้นผู้ป่วยรายนั้น มีภาวะของความผิดปกติของหัวใจผิดปกติร่วมอยู่ด้วยซึ่งต้องปรึกษาแพทย์ทางด้านหัวใจต่อไป
8.ชาตามแขนขา ไม่มีแรง
เกิดจากมีการคั่งของสารโปแตสเซียมภายในร่างกายสูง บางคนมีอาการมากจนถึงขั้นหัวใจหยุดทำงาน เมื่อเริ่มมีอาการชา ไม่มีแรงตามแขนขา ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลทันที
เกิดจากมีการคั่งของสารโปแตสเซียมภายในร่างกายสูง บางคนมีอาการมากจนถึงขั้นหัวใจหยุดทำงาน เมื่อเริ่มมีอาการชา ไม่มีแรงตามแขนขา ควรรีบติดต่อโรงพยาบาลทันที
9.น้ำท่วมปอด
เกิดจากมีน้ำส่วนเกินคั่งอยู่ที่ปอด จะมีอาการเหนื่อยหอบโดยเฉพาะเมื่อนอนราบ และมักมีอาการไอร่วมด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการมาก ๆ จะไอจนถึงขั้นมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู และเหนื่อยหอบมาก จนถึงขั้นทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว จนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อจะได้ทำให้การฟอกเลือดได้ทันท่วงที
เกิดจากมีน้ำส่วนเกินคั่งอยู่ที่ปอด จะมีอาการเหนื่อยหอบโดยเฉพาะเมื่อนอนราบ และมักมีอาการไอร่วมด้วย ผู้ป่วยที่มีอาการมาก ๆ จะไอจนถึงขั้นมีเสมหะเป็นฟองสีชมพู และเหนื่อยหอบมาก จนถึงขั้นทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว จนเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ เมื่อเกิดอาการเช่นนี้ ให้รีบติดต่อโรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อจะได้ทำให้การฟอกเลือดได้ทันท่วงที